CheerYouUp*YJ*

posted on 25 Jul 2009 11:01 by know-ky

Title: [SF] Cheer You Up

Pairing: YunJae * YooSu

Rate: PG-13 

 

 

6Feb 20xx

ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ

เสียงนาฬิกาข้อมือดังขึ้นเบาๆบ่งบอกเวลาสองทุ่มตรง

“สองทุ่มแล้วเหรอ...”เสียใสบ่นกับตัวเองเบาๆ

สองทุ่มแล้วเหรอ นี่เรารอ ผู้ชายคนนั้น’ มาสองชั่วโมงแล้วหรือเนี่ย ไปไหนของเขานะวันเกิดตัวเองทั้งที ไม่อยู่บ้านฉลองวันเกิดกับพ่อแม่หรือไงกัน

อ่า... จริงสิ พ่อแม่เขาอยู่อเมริกานี่นะตอนนี้เขาก็ไม่ต่างอะไรจากเด็กกำพร้าที่ได้เงินจากพ่อแม่อย่างลับๆทุกเดือนนั่นแหละ เขาอยากจะไปไหนเมื่อไรก็ได้ อยากจะทำอะไรก็ทำจะผลาญเงินเท่าไรก็ได้ ก็บ้านเขารวยนี่นา

เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างบางก็แค่นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆอย่างสมเพชตัวเอง

มือเล็กยกโทรศัพท์มือถือที่กำอยู่ขึ้นมากดหาชื่อผู้ชายคนนั้น’ ของเขาในคอนแท็คลิสต์ เขาทำแบบนี้ซ้ำๆกันมาเป็นรอบที่ร้อยได้แล้วภายในเวลาสองชั่วโมงที่ผ่านมาใจหนึ่งอยากจะกดโทรออกแทบบ้า อยากจะตะโกนถามว่าเขาอยู่ที่ไหน ทำไมถึงไม่ยอมกลับบ้านเสียทีแต่อีกใจหนึ่งกลับห้ามเอาไว้ เตือนตัวเองว่าอย่าแม้แต่จะคิด ตอกย้ำตัวเองว่าเขามีแฟนแล้วและคงไม่แฮปปี้นักถ้าจะโทรไปถามคำถามแบบนั้นราวกับตัวเองเป็นแม่เขายังไงยังงั้น

แหมะ

น้ำหยดเบ้อเร่อตกลงมากระทบหน้าจอโทรศัพท์ทำให้เขาต้องรีบเช็ดมันออกและยัดมันกลับเข้ากระเป๋ากางเกงทันทีร่างบางเงยหน้าขึ้นมองฟ้า และก็ต้องพบกับหยดน้ำอีกนับร้อยที่เทลงมาจากฟ้า

“อ๊ะ... ฝนตก”เสียงหวานเอื้อนเอ่ยอย่างตกใจ

ฝนตกได้ไง นี่มันหน้าหนาวนะ

เขาคิดพร้อมกับวิ่งไปหลบฝนที่ใต้ต้นไม้ข้างรั้วบ้านของผู้ชายคนนั้น’ โดยหวังว่ามันจะช่วยบังฝนให้เขาได้บ้างไม่มากก็น้อย

จากปกติที่อากาศหนาวจะแย่อยู่แล้วบัดนี้กลับหนาวขึ้นไปอีกเพราะฝนที่ตกอย่างหนักและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆเลย มือเล็กกระชับเสื้อโค้ตสีเทาตัวเก่งเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ตัวเองแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เมื่อมันเป็นเพียงแค่เสื้อโค้ตราคาถูกที่ไม่ได้มีความหนาอะไรเท่าไรเลย

ขาทั้งสองข้างของเขาเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆจากการรอคอยที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไร นี่ก็ใกล้จะสามทุ่มแล้วทำไมผู้ชายคนนั้นยังไม่มาสักทีนะ ฝนก็ทำท่าว่าจะหนักขึ้นเสียด้วยอาการเหนื่อยล้าเริ่มถาโถมเข้ามา สติเริ่มเลือนลางลงเรื่อยๆจนในที่สุดร่างบางก็ทนไม่ไหว ล้มลงไปกองกับพื้นใต้ต้นไม้หน้าบ้านของ ผู้ชายคนนั้น

              • 

เวลาผ่านไปเท่าไรแล้วไม่รู้ รู้เพียงแต่ว่าฝนยังไม่ซาลงเลยแต่ตอนนี้เขารู้สึกอุ่นแปลกๆ ไม่ใช่... มันไม่ใช่ความอบอุ่นจากเสื้อโค้ต หากแต่เป็นไอร้อนจากร่างกายมนุษย์ตัวของเขาลอยขึ้นจากพื้น ราวกับถูกใครอุ้มขึ้นมา ใครน่ะ... ชองยุนโฮ...? ไม่หรอกคนอย่างเขา... จะมาแคร์... อะไรเรา

“ยุนโฮ...?”เสียงใสที่ขณะนี้แหบพร่าเพราะพิษไข้เรียกชื่อของคนที่กำลังคิดถึงที่สุด

“อืม?”

“ใช่นาย... จริงๆ ด้วย” ร่างบางพูดพร้อมกับยิ้มบางๆก่อนจะสลบไปอีกครั้ง

              

อา... อุ่นจัง ฝนหยุดตกแล้วเหรอ ไม่สิ นั่นเสียงฝนฝนยังไม่หยุด แต่ทำไมเราถึงไม่รู้สึกถึงเม็ดฝนเลย นี่เราอยู่ที่ไหนกันนะ...

“ปวด... หัว...”

“หืม? ตื่นแล้วเหรอ”

เสียงนั่น... ชองยุนโฮเหรอ?

“นาย...” ร่างบางลืมตาขึ้นช้าๆเพื่อดูว่าคนที่พูดกับเขาเมื่อครู่ใช่คนที่หวังไว้จริงๆ หรือเปล่า

“กินยาซะ”มือหนาส่งยาให้กับคนตัวเล็กกว่าที่ยังคงปรับสายตาอยู่

เขารับยามาอย่างมึนๆก่อนจะใส่มันเข้าปากและดื่มน้ำที่ชายหนุ่มส่งมาให้ตามลงไป

“ยุนโฮ...”

“ใช่ ฉันชื่อยุนโฮ นายเรียกฉันมาสองรอบแล้วนะนายรู้จักฉันได้ยังไง มาที่บ้านฉันได้ยังไง ในเมื่อเราไม่รู้จักกัน”เสียงทุ้มโต้กลับอย่างไม่ใยดีจิตใจคนป่วยตรงหน้าเลย โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายที่ยิงตรงมาตัดขั้วหัวใจของเขา แต่ถึงกระนั้นยุนโฮก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าอะไรจูงใจให้เขาพาร่างบางเข้ามาในบ้านความสงสารงั้นรึ...? ไม่ใช่หรอกมั้ง คนอย่างเขาเย็นชาเสียขนาดนี้จะไปเอาความสงสารที่ไหนมาให้คนแปลกหน้ากันล่ะ

แจจุงสังเกตเห็นหัวคิ้วทั้งสองข้างที่มุ่นเข้าหากันของคนตรงหน้าก็ต้องแอบนึกในใจอย่างตัดพ้อด้วยคิดว่าเขาคงรำคาญที่ต้องมีภาระเพิ่มขึ้นทั้งๆ ที่มันไม่ใช่หน้าที่ ใช่สิ... เขามันก็แค่คนที่คอยดูอยู่ห่างๆ ตลอดเวลาเบอร์โทรศัพท์ที่มีก็เพราะแอบค้นเอาจากมือถือเพื่อน ถึงจะเคยเจอกันบ่อยครั้งแต่เขาก็เอาแต่หลบหน้าตลอดเวลา ตอนเดินผ่านกันก็ดีแต่ก้มหน้างุดๆ ด้วยความอายแล้วแบบนี้ เขาจะไปอยู่ในสายตาของยุนโฮได้อย่างไรล่ะ...

“คิม... แจจุง”

“ไม่เห็นรู้จัก”ยุนโฮว่าก่อนจะนำแก้วน้ำที่แจจุงเพิ่งดื่มเสร็จไปวางไว้ที่เคาน์เตอร์

ไม่รู้จักมันก็ไม่แปลกหรอก... แจจุงคิด

“อ๊ะ ของขวัญ!”ร่างบางลุกพรวดขึ้นมานั่งพร้อมกับตะโกนเสียงดังจนชายหนุ่มประหลาดใจ

“ของขวัญอะไร” ยุนโฮเลิกคิ้วถาม

“วันเกิดนาย... เมื่อวานนี้วันเกิดนายฉันซื้อของขวัญมาให้ แล้วก็รอนายอยู่หน้าบ้าน แล้วก็... จำไม่ได้แล้ว”

“รู้วันเกิดฉันด้วยเหรอ”

“ระ รู้...สิ” แจจุงหลบตาด้วยความอายรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสตอล์เกอร์เลย

“ของขวัญนั่น อยู่ไหนล่ะ”

“ในกระเป๋านักเรียน...”

ยุนโฮเดินไปยังจุดที่เขาวางกระเป๋านักเรียนของแจจุงไว้ก่อนจะเปิดมันออก

“อ๊ะ ไม่ได้นะ!” แต่ก็ถูกคนตัวเล็กห้ามเอาไว้เสียก่อน“ไม่ได้ๆๆๆ เอามานี่ เดี๋ยวฉันเปิดเอง”

ขืนให้ยุนโฮเปิดก็ตายพอดีสิก็ในนั้นมีทั้งรูปและอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายที่เขาเก็บไว้เพื่อหลอกตัวเองว่ายุนโฮยังอยู่กับเขาตลอดเวลา

ร่างสูงหยิบกระเป๋านักเรียนมาให้แจจุง คนตัวเล็กทำการเปิดมันและคุ้ยหาของขวัญโดยระวังไม่ให้คนตรงหน้าเห็นว่ามีอะไรอยู่ในนั้นบ้างเมื่อหาเจอ เขาก็ฉีกยิ้มกว้างในทันที และยื่นมันให้กับคนที่เขารักที่สุดรองลงมาจากครอบครัว

“สุขสันต์วันเกิด...” แจจุงกล่าว ดวงหน้าหวานขึ้นสีเรื่อ“เอ่อ... ถึงจะช้าไปหน่อยก็เถอะนะ และฉันหวังว่าของในนั้นคงจะไม่เปียกฝน อา...ยังไงดีล่ะ ขะ ขอให้นาย... อ๊า” เขินจนพูดไม่ออก

“ขอบคุณนะ ถึงเปียกฝนก็ไม่เป็นไร ฉันจะเก็บมันไว้ละกัน”

“อ่า... อะ อืมม”

“นี่...”

“หืม?”

“นายรู้จักฉัน... ไม่สิ นายชอบฉันมานานเท่าไรแล้ว”ยุนโฮถามตรงประเด็น เล่นเอาหน้าสวยๆ ถึงกับขึ้นสีแดงแปร๊ดด้วยความอายระคนตกใจ

“เอ่อ...”

“ตอบมาเถอะ”

“สะ สี่ปี”

“เอ๋? ก่อนที่ฉันจะมีแฟนอีกเหรอ”

“อื้ม...”

“แต่ว่า... ฉันเลิกกับแฟนไปแล้วล่ะ”เขาพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยเมื่อนึกถึงวันเวลาเก่าๆ “เขาทิ้งฉันไปหาผู้ชายอีกคนหนึ่ง ที่เป็นเพื่อนสนิทฉัน ในคืนวันเกิดของฉันเอง”

“ปาร์คยูชอนน่ะเหรอ”

“นายรู้ได้ไง” ยุนโฮจ้องแจจุงด้วยสายตาจับผิดนี่คงไม่ใช่แผนของนายใช่ไหม คิมแจจุง

“กะ ก็นายบอกว่าเพื่อนสนิท... ฉันก็เห็นว่านายสนิทกับปาร์คยูชอนและคิมจุนซูก็ดูเหมือนจะชอบยูชอนอยู่ตั้งนานแล้วด้วย...”

“นี่นายจะรู้เรื่องของฉันเยอะไปถึงไหนเนี่ย”

“ฉันก็รู้เรื่องนายพอๆกับที่นายรู้เรื่องตัวเองนั่นแหละ”

“มั่นใจนักนะ งั้นบอกหน่อยฉันชอบกินอะไร”ร่างสูงตีสีหน้าท้าทาย มั่นใจมากๆ ว่าคนตัวเล็กจะต้องไม่รู้แน่ๆ ว่าเขาชอบกินอะไรก็ขนาดเขาเองยังไม่รู้ แล้วใครจะรู้ล่ะ แต่อาหารที่ชอบคงจะเป็นทุกอย่างที่ผู้จัดการทีมบาสเป็นคนทำคนคนนั้นทำอาหารอร่อยมาก ไม่รู้ว่าไปร่ำเรียนมาจากไหน อายุก็เท่ากันแท้ๆ

“นายชอบกินอาหารที่ฉันทำ” แจจุงตอบอย่างไม่ต้องคิด

“บ้าสิ ฉันเพิ่งเคยเห็นหน้านายวันนี้ฉันจะไปชอบอาหารที่นายทำได้ไง”

“ฉันเป็นผู้จัดการทีมบาสมาสี่ปีแล้วนะ...”

“เอ๊ะ ได้ไง ทำไมฉันไม่เคยรู้ล่ะฉันนึกว่าผู้จัดการทีมบาสชื่อชิมชางมินเสียอีก”

“ไม่ใช่ นั่นมันผู้เล่นเบอร์ 2 ต่างหากล่ะ”

“อ่าว...”

แจจุงหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าผู้ชายที่เขารักนอกจากจะหล่อฉลาด เล่นกีฬาเก่งแล้ว ความจริงเขายังเป็นคนตลกมากๆ อีกด้วย ไม่แปลกเลยที่จะมีสาวๆมาหลงเขาเยอะแยะขนาดนั้น แต่น่าแปลกนัก คิมจุนซูนายทิ้งคนแบบนี้เพื่อไปหาปาร์คยูชอนได้ยังไงกัน

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็คุยกันไปเรื่อยๆ อย่างลืมเวลาทั้งสองทำความรู้จักซึ่งกันและกัน แม้ยุนโฮจะยังคงปิดกั้นและทำตัวเหินห่างจากแจจุงอยู่แต่กาลเวลาทำให้ทั้งสองเริ่มเข้าถึงกันและกัน เริ่มสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆหลังจากวันนั้น แจจุงก็เริ่มมาหายุนโฮที่บ้านบ่อยๆเขารู้ว่าคนที่เขารักกำลังเจ็บปวดที่โดนแฟนทิ้งและไม่ได้คิดจะใช้ช่วงเวลานั้นเพื่อฉกฉวยสิ่งที่ต้องการมาเขาไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวแบบนั้น เขาเพียงแค่อยากให้ยุนโฮคลายเครียดเท่านั้นเองหลายครั้งที่แจจุงใส่เสื้อยืนหน้ายิ้มที่มีปักตัวอักษรข้างใต้ว่า “Cheer YouUp” ไปหายุนโฮ คิดว่าเขาคงสังเกตและรับรู้ว่าต้องการของแจจุง

เวลาผ่านไปหลายอาทิตย์ หรืออาจเป็นเดือนแจจุงยังคงรักยุนโฮเหมือนเดิม และรักมากขึ้นเรื่อยๆยิ่งได้ใกล้มากเท่าไรความรักก็ยิ่งเพิ่มพูล ฝ่ายยุนโฮเองก็เริ่มเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆจากคนใหม่ แม้เขาจะยังไม่สามารถลืมจุนซูได้ แม้เขาจะยังคงรักจุนซูอยู่ และทุกครั้งที่คิดเรื่องผู้ชายคนนั้นเขาจะต้องเข้าสู่โหมดซึมเศร้าทุกครั้งแต่เมื่อมีแจจุงมาอยู่ใกล้ๆ พร้อมกับเสื้อ Cheer You Upนั่นมันก็ทำให้เขายิ้มออกมาได้ ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่รอยยิ้มบางๆ ก็เถอะ

              

“นี่ เรากำลังจะไปที่ไหนกันเหรอ” เสียงหวานใสที่กลับมาเป็นปกติหลังจากหายหวัดเอ่ยถามคนตัวโตกว่าเมื่อจู่ๆ ยุนโฮก็ไปรับเขาถึงบ้านและบอกว่าจะพาออกมาข้างนอกแต่ถามกี่ทีเขาก็ไม่ยอมตอบเสียที

“ร้านอาหารที่ฉันชอบ”

“เอ๋ นี่นายนอกใจฉันแล้วไปหาพ่อครัวคนอื่นเหรอฉันนึกว่านายชอบอาหารของฉันคนเดียวเสียอีก” แจจุงพูดอย่างตัดพ้อเขาเบ้ปากเพื่อให้ยุนโฮเห็นว่าคนอย่างเขาก็งอนเป็นนะ เชอะ

“อะไรกัน แค่นี้ก็งอนด้วยฉันชอบอาหารของนายที่สุดอยู่แล้ว แต่ฉันชอบร้านนี้เพราะบรรยากาศต่างหากล่ะ”

“ชิ งั้นก็แล้วไป”

ราวสิบนาทีถัดมารถออดี้สีดำก็มาจอดอยู่หน้าภัทตคารหรูที่ตกแต่งด้วยไสตล์ยุโรป เมื่อเข้าไปข้างในแจจุงยิ่งต้องเบิกตาโตเข้าไปใหญ่ เมื่อพื้นที่เขาเหยียบอยู่นั้นทำมาจากกระจกล้วนๆและภายใต้กระจกนั่นก็คือทะเลดีๆ นี่เอง เมื่อมันมีทั้งปลาน้อยใหญ่และพืชพันธุ์ใต้น้ำหลากชนิด น่าหวาดเสียวแก้วแตกดีแท้และบนเพดานเหนือหัวก็มีโคมระย้าแสนสวยห้อยลงมาไม่ต่ำและไม่สูงจนเกินไปทางด้านซ้ายมือมีแกรนด์เปียโนอยู่หนึ่งหลังซึ่งแจจุงคาดว่าคงมีไว้สำหรับให้นักแสดงขึ้นไปเล่นดนตรีเมื่อถึงเวลาโต๊ะทุกตัวทำจากไม้สักแท้ และเก้าอี้ก็บุด้วยหนังชั้นดี

“สองท่านนะครับ”พนักงานร้านถามทันทีที่ยุนโฮและแจจุงเดินเข้ามาในร้าน

ยุนโฮพยักหน้าน้อยๆก่อนที่พนักงานจะพาทั้งสองไปนั่งที่โต๊ะใกล้ๆ แกรนด์เปียโนพนักงานยื่นเมนูให้ทั้งสองคน แต่คนที่สั่งอาหารกลับมีเพียงยุนโฮคนเดียวเท่านั้นเพราะแจจุงมัวแต่เลือกไม่ถูกอยู่น่ะสิ อาหารทุกอย่างราคาแพงมากๆ ทั้งนั้นและชื่ออาหารก็ชวนน้ำลายสอมาก แต่ติดอยู่ที่ว่าเขาไม่เคยกินเลยสักอย่างน่ะสิถ้าสั่งมาแล้วมันไม่อร่อยทำไง...

“นี่ เลือกเร็วๆ สิ”

“เดี๋ยวก่อนสิ ฉันเลือกไม่ถูก”

“งั้นฉันสั่งให้”

“เอาอันที่ไม่แพงนะ”

“เรื่องมาก กินเหมือนฉันนั่นแหละ”จากนั้นยุนโฮก็หันไปสั่งกับพนักงาน และคืนเมนูไป

หลังจากที่ทั้งสองคนมานั่งอยู่ได้ไม่นาน ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินขึ้นไปบนเวทีที่มีแกรนด์เปียโนตั้งอยู่ผู้ชายคนนั้นเรียกความสนใจจากยุนโฮและแจจุงได้เป็นอย่างดีเขาเป็นคนที่หล่อไม่ใช่เล่น การแต่งตัวก็ดูดีมีสไตล์ เสื้อเชิร์ตสีขาวกับกางเกงยีนส์สีเข้มเขาเริ่มบรรเลงเพลงที่ไพเราะมาก พร้อมกับร้องเพลงไปด้วยไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาไม่ใช่นักแสดงของที่นี่ แต่เขากำลังร้องเพลงให้กับแฟนสาว (?)ของเขาต่างหากล่ะ แฟนสาวของเขา ที่ยุนโฮรู้จักดี ดีมากๆ เสียด้วยดีเสียจนเขาไม่กล้าหันไปมอง ไม่อยากรับรู้ ไม่อยากจะตอกย้ำกับตัวเองว่าเธอได้ทิ้งเขาไปแล้ว

เมื่อเสียงเปียโนจบลง นักดนตรี ไม่สิปาร์คยูชอนก็เดินลงมาจากเวที เขาหันมาทางยุนโฮพร้อมกับแสยะยิ้มน้อยๆ อย่างผู้ชนะมันช่างเป็นรอยยิ้มที่ทำให้เขาอยากจะกระโจนเข้าไปต่อยปากห้อยๆ นั่นเสียจริงแต่เขาก็ต้องทำใจเย็นๆ ไว้ เพราะถ้าเขาเข้าไปต่อยมัน นั่นหมายถึงเขาแพ้มันอย่างราบคาบและจะไม่มีวันได้จุนซูคืนมาอย่างแน่นอน และอีกอย่างเขาไม่ได้ต้องการจุนซูถึงขนาดนั้นแล้วด้วย เพราะอะไรกันนะ... คงเป็นแจจุงที่เข้ามาทำให้เขาลืมคนที่เคยทำร้ายเขาเอาไว้

“อ้าว ยุนโฮ นายก็มาทานข้าวร้านนี้ด้วยเหรอ” เสียงสูงที่ทั้งชีวิตนี้ยุนโฮจะไม่มีวันลืมดังขึ้นจากด้านหลัง

“อืม” เขาหันไปพยักหน้าน้อยๆ อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักอุตส่าห์ทำไม่สนใจ ดันมาทักเขาเสียได้ อยากจะยั่วโมโหกันนักหรือไง

“เอ๊ะ แล้วนั่นพาใครมาด้วยน่ะ แฟนใหม่เหรอ น่ารักเชียวนายเองก็ตัดใจได้เร็วดีนี่ ความจริงนายก็ไม่ได้รักฉันใช่ไหมล่ะ”คำพูดของคนเป็นแฟนเก่าเล็กเอายุนโฮถึงกับอึ้ง ตัดใจเร็วงั้นเหรอ ไม่ได้รักงั้นเหรอนี่มันผ่านมาร่วมเดือนแล้ว ฉันยังตัดใจจากนายไม่ได้เลยใครกันแน่ที่ไม่เคยรักกันเลยตั้งแต่แรก!

“ใช่คิมแจจุงคือแฟนใหม่ของฉัน และใช่ฉันไม่เคยรักนายเลยคิมจุนซู ตอนนี้เราจะกลับบ้านกันแล้ว คืนนี้เราจะมีความสุขกันทั้งคืนอย่างที่คนอย่างนายไม่มีวันเข้าใจหรอก เชิญอยู่กับปาร์คยูชอนต่อไปเถอะคนอย่างหมอนั่นไม่มีทางทำให้นายมีความสุขได้เท่ากับฉันหรอก จำไว้”

ชองยุนโฮจับแขนเรียวของแจจุงและพาออกมาจากร้านอาหารทันทีทั้งที่อาหารที่เขาสั่งไปยังไม่มาเสิร์ฟเลยด้วยซ้ำภายในรถ ยุนโฮทำหน้าเครียดมาก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอยู่ตลอดเวลา

ชองยุนโฮที่ชอบเปิดเพลงฟังในรถเสมอกลับไม่มีทีท่าว่าจะเอื้อมมือไปกดเปิดวิทยุเลยแม้แต่น้อย

ชองยุนโฮที่มักจะขับรถไม่เกิดร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงบัดนี้เข็มมิเตอร์วิ่งขึ้นไปเกือบสองร้อยแล้ว

ชองยุนโฮที่มักจะทำตัวเป็นคนดี ไม่ชอบแซงใครตอนนี้เขาได้แซงรถไปกว่าสิบคันแล้ว

ชองยุนโฮ นายยังรังเกียจฉันอยู่เหรอแค่โดนกล่าวหาว่าเป็นแฟนกัน นายก็เลือดขึ้นหน้าขนาดนี้ นายรังเกียจคิมแจจุงคนนี้มากนักใช่ไหม

เพียงไม่ถึงสิบนาทีออดี้คันงามของยุนโฮก็มาจอดอยู่ที่หน้าบ้านหลังโตของเขาเจ้าตัวกดสวิทช์เพื่อเปิดประตูรั้วและเลื่อนรถเข้าไปจอดอย่างชำนาน เมื่อรถจอดสินทยุนโฮก็เดินลงจากรถ อ้อมไปอีกด้านหนึ่งก่อนจะกระชากแจจุงลงมาและลากเข้าบ้านการกระทำของผู้ชายที่เขาหลงรักทำให้ร่างบางสับสนไม่น้อย

ไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นเวลาเขาโกรธ ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าเขาโกรธแล้วจะเป็นแบบไหนแจจุงรู้ดี และเคยเห็นบ่อยครั้ง แต่เพราะไม่เคยเจอกับตัวเองทำให้ร่างบางเกิดอาการกลัวขึ้นมาอย่างเสียมิได้

เมื่อคนสวยเห็นว่าจู่ๆ คนที่ลากเขาไปๆ มาๆกลับหยุดเดินขึ้นมาดื้อตรงหน้าห้องนอนเขาจึงส่งเสียงอันแผ่วเบาเพื่อจะถามว่าคนตรงหน้าโอเคไหมแต่สิ่งที่ได้รับกลับกลายเป็นเสียงตะโกนอย่างน่ากลัว

“เงียบ!!

“อะ... ยุนโฮ ฉันแค่เป็นห่วงว่านาย...”

“บอกให้เงียบไงเล่า!!!!!

“อะไรกันอะไรทำให้นายโกรธได้ถึงเพียงนี้!! ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆเลย ก่อนหน้านี้ฉันเคยเห็นนายเป็นคนเงียบๆ เย็นชา ไร้ความรู้สึกแต่พอวันนี้เราไปเจอคิมจุนซูกับปาร์คยูชอน นายก็มีท่าทางเดือดปุดๆราวกับจะเข้าไปฆ่ายูชอนได้ทุกเมื่อ...”

“หยุดพูดนะ!!” ยุนโฮหันมาชี้หน้าร่างบางอย่างเกรี้ยวกราด

“ฉันไม่หยุด ฉันไม่เข้าใจว่านายเป็นอะไรไป ฉันคิดว่านายจะใจเย็นลงแล้วเสียอีกเห็นตอนไปโรงเรียนก็ยังโอเคอยู่นี่แค่โดนจุนซูกล่าวหาว่าเป็นแฟนกับฉันหน่อยเดียวทำเป็นเครียดไปได้รังเกียจกันขนาดนั้นเลยเหรอ!? อุ๊บส์! 

 ยังไม่ทันที่ร่างบางจะได้พูดอะไรมากไปกว่านี้คนที่อารมณ์กำลังร้อนได้ที่ก็จัดการหันมาปิดปากคนดื้อรั้นด้วยอวัยวะส่วนเดียวกัน

สัมผัสร้อนที่ถูกยัดเยียดมาให้อย่างไม่ได้เตรียมใจทำให้แจจุงต้องส่งเสียงร้องในลำคอเบาๆสิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้ในตอนนี้คือดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของชายคนที่ตนรักโดยได้แต่หวังว่าเขาจะยอมคลายอ้อมกอดนั่นออก

แต่มีหรือที่คนอย่างชองยุนโฮจะยอมอะไรง่ายๆ ยิ่งเวลาที่เขากำลังโกรธมากๆด้วยแล้ว อะไรก็มาหยุดเขาไม่ได้หรอก คิมจุนซูนายแน่มานะที่กล้ามาถามคำถามแบบนั้นกับฉัน ตัดใจง่ายงั้นเหรอ ไม่เคยรักกันงั้นเหรอแล้วไอ้ที่คบกันมาสามปีสี่ปีนั่นคืออะไร ที่เขาคอยปรนิบัตรพัดวี คอยรับใช้คอยทำตามใจ คอยกังวลทุกเมื่อที่จุนซูรู้สึกไม่ดี คอยทำให้จุนซูมีความสุขนี่เรียกว่าไม่รักอย่างนั้นเหรอ!?!?

อารมณ์แค้นเคืองเริ่มเข้าครอบงำร่างสูงอย่างหยุดไม่อยู่ท่อนแขนแข็งแรงกระชับร่างบางเข้าหาตัวริมฝีปากนุ่มบดขยี้ริมฝีปากรูปกระจับสีเชอร์รี่นั่นเข้าไปอีก

“อือ...” แจจุงครางออกมาอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าเขากำลังเกิดอารมณ์อะไรแต่อย่างใดหากแต่เป็นเพราะเขากำลังจะขาดอากาศหายใจต่างหากล่ะ

มือเล็กเริ่มออกแรงทุบอกทุบแขนทุบหลังคนตรงหน้าไม่ยั้งแต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้รู้สึกกระทบกระเทือนเลยสักนิดขณะนี้ยุนโฮได้ผละออกจากริมฝีปากของร่างบาง และเลื่อนไปซุกไซ้ตามลำคอขาวแทนแจจุงหายใจเข้าเฮือกใหญ่ทันทีที่ริมฝีปากของตนได้ถูกปล่อยให้เป็นอิสระเขาเบี่ยงตัวหลบการรุกล้ำของคนตัวโตกว่า แต่ทำยังไงก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เขาจึงทำได้แค่เพียงเรียกชื่อเบาๆ

“ชองยุนโฮ...” เสียงใสเอ่ยออกมาแผ่วเบา ซ้ำยังสั่นน้อยๆ

...คงจะเป็นเพราะความกลัว

“หือ?” เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมามองตาคนเรียกและเขาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าดวงตากลมโตนั่นเอ่อล้นไปด้วยน้ำใสๆที่บางส่วนไหลลงมาอาบสองข้างแก้ม

“จะ..แจจุง” เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ

นี่เขาทำแจจุงร้องไห้หรือนี่

เพียะ!!

“อะ...คิมแจจุง...” ชายหนุ่มว่า มือซ้ายกุมแก้มของตัวเองข้างที่เพิ่งโดนมือสวยตบไปเมื่อครู่ให้ตายสิ ตัวเล็กแค่นี้มือหนักชะมัด

“อย่านะอย่าเรียกชื่อฉัน!!”แจจุงร้องโวยวายออกมาทันทีที่ยุนโฮเรียกชื่อของคน

“ฉะ..ฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริงๆ คิมแจจุงฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนี้กับนายเลยนะ ฉันแค่โมโห...” ร่างสูงพยายามจะแก้ตัวแต่ก็ถูกขัดด้วยเสียงหวาน

“เงียบนะ!! ฉันไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น!!!”มือเล็กทั้งสองข้างถูกยกขึ้นมาปิดหูแสดงอาการอย่างเด่นชัดว่าเขาไม่ต้องการฟังคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้นจากชายคนตรงหน้าก่อนจะปล่อยโฮออกมาไม่หยุด

“แต่...”

“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย!! ไม่ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ!!!  ฉันไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างนายจะเป็นผู้ชายแบบนี้โกรธอะไรนิดหน่อยก็มาลงที่คนอื่นไม่คิดเลยว่าฉันจะถูกนายเหยียบย่ำศักดิ์ศรีแบบนี้!!ทั้งๆ ที่ฉันรักนายจะตายทำไมต้องมาทำร้ายกันแบบนี้ด้วยนายเห็นฉันเป็นตัวอะไรกันเห็นฉันเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์อย่างนั้นเหรอ!!!” เสียงของแจจุงดังและสูงมากจนแทบจะกลายเป็นเสียงกรีดร้อง

คำพูดของร่างเล็กทำให้ยุนโฮช็อคมากเขากลับมานึกดูอีกทีถึงสิ่งที่ได้ทำลงไปและก็ต้องรู้สึกผิดมากกว่าเดิมเมื่อคิดได้ว่าแจจุงไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลยสักนิดทั้งที่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ยุนโฮรู้สึกดีขึ้นแต่กลับถูกทำร้ายด้วยคนที่ตนรักเมื่อเขาเกิดอาการณ์ระเบิดขึ้นมาเพียงเพราะถูกยั่วโมโหเล็กๆไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะทำตัวเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ

“คิมแจจุง ฟังฉันนะ...”

“ไม่ ฉันไม่ฟัง”

“ฟังก่อนสิ ฉันอธิบายได้นะ”

“ไม่ ฉันไม่ฟัง อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ”ร่างบางปัดมือหนาที่กำลังยื่นเข้ามาประคองใบหน้าหวานของเขาออก

“ได้โปรด ฟังฉันอธิบาย...”

“นาย... อธิบายได้เหรอ?”

“อะ... ไม่... ไม่ได้หรอกฉันแค่ต้องการให้นายฟังสิ่งที่ฉันกำลังจะพูด”

“หึ ฉันรู้ว่านายอธิบายไม่ได้หรอก และฉันก็ไม่ต้องการฟังคำแก้ตัวเห่ยๆของนาย ฉันจะให้เวลานาย เอาไปคิดหาคิดดูดีๆ ว่าสิ่งที่นายกำลังจะพูดน่ะมันใช้ได้แล้วเหรอ มันดีพอแล้วเหรอที่จะเอามาใช้ขอโทษฉัน บอกตรงๆเรื่องนี้มันเกือบจะทำให้ฉันหมดรักเลยทีเดียวล่ะ...” หลังจากที่ปาดน้ำตาออกหมดแล้วแจจุงก็พูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเย็นชา

ประโยคสุดท้ายนั่นทำให้ยุนโฮเจ็บแปลบที่หัวใจแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดีเพื่อให้คนตัวเล็กหายโกรธ

และในขณะที่เขายังคงช็อคอยู่นั้นเองร่างบางก็ขยับกาย และก้าวเท้าออกจากบ้านไปโดยปราศจากคำกล่าวลาทิ้งให้ร่างสูงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวในค่ำคืนที่มืดมิด

              

YunhoSpecial…

หลายวันแล้ว ที่ผมไม่ได้คุยกับใครเลยเก็บตัวอยู่แต่ในห้องตลอด ตอนไปโรงเรียนก็ได้แต่นั่งเหม่อลอย เพื่อนทักมาก็ไม่สนใจครูถามอะไรก็ไม่ตอบกลับ ผมเป็นแบบนี้มาได้สี่วันแล้ว สี่วันแล้วสินะที่ผมไม่ได้เห็นหน้าหรือได้ยินเสียง หรือแม้กระทั่งได้ยินชื่อของเขาเลยทั้งที่ปกติเขาจะมาหาผมตลอด ชวนผมไปกินข้าวกลางวัน ผมหาผมที่บ้านตอนเบื่อๆและอะไรอีกหลายๆ อย่าง

ไม่น่าเชื่อเลย...ว่าผมจะให้ความสำคัญกับเขาได้ถึงเพียงนี้

คิมแจจุง...

“ฮัลโหล... ยูชอนเหรอ”

“นายโทรมาทำไม...”

“ไม่เกี่ยวกับจุนซูหรอกน่า...”

“ก็ดีเพราะให้ตายยังไงฉันก็ไม่คืนจุนซุให้นาย”

“ฉันรู้...”

“แล้วโทรมามีอะไรฉันนึกว่าเราตัดเพื่อนกันแล้วซะอีก”

คำพูดของยูชอนทำให้ผมอึ้งไปครู่หนึ่งอ่า... จริงสิ ผมเอ่ยปากตัดเพื่อนกับเขาไปแล้วตั้งแต่วันที่รู้ว่าจุนซูเลิกกับผมเพื่อไปหาเขา

แต่ถึงงั้นก็เหอะ...เขาเป็นเพื่อนคนเดียวที่ผมเหลืออยู่ในเวลานั้น ก่อนที่จะเจอคิมแจจุง และตอนนี้แจจุงทิ้งผมไปแล้ว คงไม่ผิดใช่ไหมที่ผมจะกลับไปหาเพื่อนเก่า เพื่อขอคำปรึกษา

“ฉันมีปัญหานิดหน่อยนายออกมาเจอฉันที่ร้านเดิมตอนนี้ได้ไหม”

“ปัญหาเรื่อง...?”

“คิม... แจจุงน่ะ”

“อ้อแฟนใหม่นายน่ะเหรอ ไหนว่าจะสนุกกันทั้งคืนไงนี่แค่ครึ่งชั่วโมงก็แตกกันซะแล้วเรอะ”

ปัดโธ่เอ๊ย อย่าจี้ใจดำดิ

“เรื่องนั้น ไว้คุยกันที่ร้านเหอะ”

“ก็ได้ แล้วเจอกัน”

              

“อ่ะ ว่ามา” ยูชอนกล่าวทันทีที่เราเจอกันราวกับว่าเวลาของเขานั้นมีค่าถึงขนาดมาคุยกับผมไม่ได้เลยทีเดียว

“ฉันทำรุนแรงกับเขาไปหน่อยน่ะ”

“เฮ้ย!” เพื่อนไก่ทำหน้าตกใจมาก ประหนึ่งว่าเขาได้คิดไปไกลแล้วว่า รุนแรงที่ว่านั้นมันคืออะไร (เรื่องนี้ไม่มี NC นะ อย่าลืมสิ)

“เอ้ยยย ไม่ใช่แบบนั้นคือฉันโมโหจุนซูมากไปหน่อยน่ะ เลยไประบายกับแจจุง และตอนนี้เขาก็ทิ้งฉันไปแล้ว...”ผมพูดด้วยเสียงอันแผ่วเบา คิดถึง...มากๆ

“อะไรกัน คบกันมานานเท่าไรแล้เนี่ยทำไมโดนทิ้งง่ายๆ แบบนี้ล่ะ”

“เรายัง ไม่ได้คบกันเลย”

“ฮะ??!! ยังไม่ได้คบกัน?? บ้า~! ทีกับจุนซู สองวันนายก็คบแล้ว แล้วทำไมทีคนนี้มันนานจังวะ”ยูชอนเอ่ยปากถามอย่างไม่เข้าใจ

“เพราะฉันมัวแต่คิดถึงจุนซูน่ะสิหลังจากวันนั้นที่จนซูทิ้งฉันไปหานาย ฉันก็คิดถึงแต่เขามาตลอด และคิดว่าสักวันจะต้องแย่งเขาคืนมาจากนายให้ได้”

“แล้วมาบอกฉันเพื่อ?”

“ไม่รู้... แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นประเด็นก็คือ ตอนนั้นที่ฉันเห็นแจจุงร้องไห้และตบหน้าฉัน ฉันรู้สึกเจ็บตรงนี้มากๆ...” ผมพูดพร้อมกับใช้นิ้วชี้ไปที่ตำแหน่งหัวใจ

“เดี๋ยวนะ นายโดนยัยนั่น (?) ตบหน้า!?

โอยตาย... ไม่น่าบอกมันเล้ยยสีหน้ายูชอนตอนนี้ไม่เชื่ออย่างแรงอะ

“เออ... ข้ามเรื่องนั้นไปเหอะ”

“ไม่ได้ๆๆๆๆๆๆนายโดนตบหน้า!! คนอย่างชอบยุนโฮโดนผู้หญิง(?) ตบหน้า!!!

“โอ๊ยย บอกให้ช่างมันไงเล่า”น่ารำคาญจริงๆ

“เออ ก็ได้ แล้วสรุปนี่ยังไง”

“สรุปก็คือ ฉันชอบแจจุงน่ะสิ...”

“แล้วนายลืมจุนซูหรือยัง”

“ถ้าบอกว่ายัง แล้วจะคืนมามั้ยล่ะ”

“ไม่มีทาง”

“โอเค งั้นถามทำไม”

“เผื่อนายจะตอบว่า “ลืมแล้ว”ให้เพื่อนปาร์คชื่นใจ”

“คบกันมาตั้งสามปี มันไม่ได้ลืมกันง่ายๆหรอกนะ” ผมพูดเตือนสติยูชอนถึงระยะเวลาที่ผมเป็นแฟนกับจุนซู

“”แต่ก็ปันใจให้ยัยคิมแจจุงอะไรนั่นได้ง่ายๆนี่”

“เอาเหอะ... ตอนนี้ฉันต้องการให้นายช่วย”ผมรีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะชื่อคิมแจจุงทำให้ผมรู้สึกคิดถึงเขาจนแทบจะลงแดงผมไม่น่าโดนจุนซูยั่วโมโหได้ง่ายๆ แบบนั้นเลยไม่งั้นผมคงไม่ต้องมานั่งเหงาเป็นหมีหงอยแบบนี้หรอก

“ยังไง?”

“สี่วันมานี่ฉันขาดการติดต่อกับแจจุงโดยสิ้นเชิง โทรไปก็ไม่รับ ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบโทรไปเบอร์บ้านก็มีคนบอกว่าไม่อยู่หรือไม่ก็หลับไปแล้วโทรเข้าเบอร์แม่เขาก็บอกว่าไม่ได้อยู่กับแจจุง (มันมีเบอร์แม้เขาไว้เพื่อ?)ตอนอยู่ที่โรงเรียนก็ไม่ได้เจอหน้ากันเลย ไปหาที่ห้องก็ถูกเพื่อนเขาไล่ตะเพิดออกมาสรุปคือ ฉันกำลังโดนแจจุงหลบหน้าอย่างเห็นได้ชัดมากกๆๆ!! และฉันก็คิดถึงเขาใจจะขาดอยู่แล้วเนี่ย!!”ผมระบายอารมณ์ที่กักเก็บเอาไว้สี่วันให้ยูชอนฟังโดยที่ไม่แคร์อะไรอีกแล้ว

“แล้วทำไมไม่ไปหาที่บ้านล่ะ”

โฮกแทงใจดำมาก

“ฉัน... ไม่รู้ที่อยู่เขา”

“ถามจริง?! รู้เบอร์แม่แล้วไม่รู้ที่อยู่เนี่ยนะ”

“อ่ะ...”

จะให้บอกไงดีล่ะที่ได้เบอร์แม่มาก็เพราะตอนนั้นมือถือแจจุงแบ็ตหมดก็เลยใช้เบอร์แม่โทรมาน่ะสิแล้วผมก็เซฟเบอร์มาไว้เผื่อฉุกเฉิน(เผื่อต้องโทรไปขอลูกชายเขามาใช้นามสกุลชองไรงี้...)

“ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวฉันหามาให้”

“จริงนะ!!!” ผมเข้าสู่โหมดหมีหน้าบานทันที

“อืม... แต่มีข้อแม้”

อ่าวว เพื่อนบ้า ทำให้ฟรีๆ ก็ไม่ได้

“อะไร?”

“นายต้องลืมจุนซูโดยสิ้นเชิงนะ”

... ปัญหาใหญ่เลยนะนั่นผมยอมรับว่าผมชอบแจจุงมากๆ ตอนนี้ แต่เรื่องจะให้ลืมจุนซูมันก็ยังลำบากอยู่ดี

แต่ถ้าผมชอบทั้งแจจุงและจุนซูผมคงกลายเป็นผู้ชายเลวๆ ไปสินะ

ถ้างั้น...

“ก็ได้”

“โอเค งั้นพรุ่งนี้สามทุ่ม นายมาเจอฉันที่นี่ฉันจะเอาที่อยู่ยัยคิมแจจุงอะไรนั่นมาให้”

“ไม่โกหกกันนะเว้ย”

“ไม่โกหกแน่นอน”

“ว่าแต่ ทำไมนายถึงทำเพื่อฉัน...เพราะคิมจุนซูงั้นเหรอ”

“เปล่า ถึงจะมีส่วนอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่”

“ถ้างั้นแล้ว เพราะอะไร”

“ก็เราเป็นเพื่อนรักกันไม่ใช่เหรอ”

              

ร่างสูงกำลังเร่งสปีดรถออดี้สีดำจนเข็มมิเตอร์ชี้ไปที่180 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหากแต่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพราะความเกรี้ยวโกรธดังครั้งก่อนตอนนี้เขากำลงรีบไปหาคนที่เขารักต่างหากล่ะหลังจากที่ได้ที่อยู่ของคนสวยมาเมื่อสิบนาทีก่อนยุนโฮก็คิดว่าจะขับรถกลับบ้านไปทำใจและฝึกซ้อมคำขอโทษแล้ววันพรุ่งนี้ค่อยไปหาหลังเลิกเรียน แต่ด้วยเหตุใดมิทราบแขนเจ้ากรรมทั้งสองข้างกลับหักเลี้ยวพวงมาลัยไปในทิศทางของที่อยู่นั่นเสียได้รวมทั้งขาที่เหยียบคันเร่งจนเกือบมิดด้วยความตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะกระโดดออกมาอยู่นอกอก

ไปถึงแล้วจะพูดกับเขาว่าอะไรดีนะ...

“คิมแจจุง ฉันสำนึกผิดแล้ว ยกโทษให้ฉันนะ”...ไม่ได้ๆ เรียบง่ายเกินไป

“คิมแจจุง ฉันลองไปคิดๆ ดูแล้วถึงตอนแรกนายจะไม่สำคัญ แต่ตอนนี้นายสำคัญมากนะ” ...ไม่ดีๆ ไปบอกว่าเขาไม่สำคัญเดี๋ยวก็โดนตบกลับมาหรอก

“คิมแจจุง ฉันขอโทษสำหรับสิ่งที่ทำลงไปให้ฉันแก้ตัวอีกทีนะ”...เขาจะนึกว่าเราขอจูบแก้ตัวรึเปล่าวะ

เฮ้อ! ตามมีตามเกิดแล้วกัน!!

หลังจากที่คิดคำพูดเป็นร้อยเป็นพันกำแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะมีคำไหนเหมาะสมสับคำ ในขณะที่คิดๆ อยู่นั่นเองรถคันงามก็มาจอดอยู่ที่หน้าบ้านคนสวยเสียแล้ว

บ้านของแจจุงเล็กกว่าบ้านเขาหลายเท่านักแต่มันก็ไม่ได้ดูเล็กอะไรเลย บ้านของเขามันใหญ่เกินไปต่างหากล่ะ

มือหนาเอื้อมมือไปกดออดรอไปได้สักสองสามนาทีก็มีคนมาเปิดประตู

“มาหาใครคะ?” หญิงสาวเอ่ยถามคนตรงหน้ายุนโฮนับว่าเป็นคนสวยทีเดียว ถ้าไม่ใช่ว่าวันนี้เขาจะมาขอโทษแจจุงล่ะก็เขาคงอดไม่ได้ที่จะขอเบอร์เจ้าหล่อนมากดโทรออกเล่นยามเหงาเป็นแน่

“เอ่อ... คิมแจจุงอยูไหมครับ”ชายหนุ่มเก็กเสียงหล่อ (ไม่ต้องเก็กก็หล่ออยู่แล้วนะเธอ)

“อ๋อ โบแจเหรอ แป็บนึงนะ”พูดเสร็จเธอก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน

โบแจ...?

“โบแจ!! มีคนมาหาแน่ะ”

“เอ๋? เวลานี้เนี่ยนะ?”เสียงหวานออกปากถามพี่สามอย่างงงงัน

“นั่นน่ะสิ...แต่พี่ว่าเรารีบออกไปดูดีกว่านะ ข้างนอกอากาศหนาวด้วย อย่าให้เขารอนานเลย”

“อืม...”ว่าแล้วแจจุงก็ลุกขึ้นจากโซฟานุ่นและออกไปดูว่าใครกันที่มาหาเขาเอาดึกดื่นป่านนี้

ร่างบางเดินมาที่รั้วบ้านเพื่อมองหาคนที่มาหาแต่ชะเง้อมองเท่าไรก็หาไม่เจอจนจำต้องเอ่ยปากออกถาม

“นั่นใครน่ะ”เสียงใสอันคุ้นเคยและชวนให้คิดถึงเสื้อ Cheer You Up นั่นทำให้คนตัวโตที่ยืนพิงกระโปรงรถอยู่เดินมาที่ประตูรั้วบ้านคิมทันที

ดวงตาเรียวมองเห็นใบหน้าหวานของคนตรงหน้าที่แปรเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งทันทีที่เห็นหน้าเขาก็เกิดอาการณ์อารมณ์เสีย

อุตส่าห์มาขอโทษถึงบ้านยังจะทำหน้าบูดใส่กันอีก...

แต่เมื่อนึกได้ว่าวันนี้ตั้งใจจะมาขอโทษแล้วเรียวปากบางก็คลี่ยิ้มทันที

“มาบ้านฉันได้ไง”

“ยูชอนหาที่อยู่มาให้”

“คืนดีกันตั้งแต่เมื่อไร”

“เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอกที่สำคัญคือเหตุผลที่ฉันมาต่างหาก”

“ถ้ามันสำคัญมาสำหรับนายฉันก็ไม่อยากรู้หรอกกลับไปเถอะ” เพราะเรื่องสำคัญของเขาจะต้องเกี่ยวกับคิมจุนซูแน่ๆ

แจจุงไม่รีรอรีบหันหลังเดินกลับเข้าบ้านทันที

“กลับได้ไง ก็ฉันตั้งใจจะมาหานาย”

“มาเพื่อบอกฉันว่านายคืนดีกับจุนซูแล้วน่ะเหรอ”แจจุงพูดเสียงสั่นโดยที่ไม่ได้หันกลับมาเขากำลังจะร้องไห้ที่จะต้องเสียคนที่ตนรักไป ทั้งที่มีโอกาศแล้วแต่เขากลับปล่อยให้มันหลุดมือไปได้ โง่ โง่ที่สุดเลย แล้วดูสิเมื่อกี้หมอนั่นยิ้มแป้นเลย ต้องเป็นเพราะมีความสุขกับจุนซูมากแน่ๆ

“โธ่ แจจุง อย่าเพิ่งเข้าใจผิดสิเรื่องฉันกับจุนซูน่ะมันจบไปแล้ว เราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้นและฉันก็คืนดีกับยูชอนแล้วด้วย ถ้าฉันได้จุนซูคืนมาไอ้ไก่นั่นคงไม่เอาที่อยู่นายมาให้ฉันหรอกมันคงไม่แม้แต่จะทักทายฉันด้วยคำว่าสวัสดีด้วยซ้ำ”

“แล้วยังไง”ร่างบางปรับเสียงของตัวเองให้เย็นขึ้น ทั้งที่ตัวเองแอบลอบยิ้มบางๆ เมื่อรู้ว่าเรื่องระหว่างสองคนนั้นได้อวสานไปเรียบร้อยแล้ว

“แล้วไงงั้นเหรอ เฮ้อ~! นี่นายไม่เข้าใจเลยหรือไง”

“ก็แล้วจะให้เข้าใจอะไรล่ะเข้าใจว่าที่นายมาบ้านฉันนี่ก็เพื่อบอกว่าเรื่องของนายกับจุนซูมันจบไปแล้วงั้นเหรอเรื่องแค่นี้จะมาบอกถึงบ้านทำไม” แจจุงหันหน้าไปหายุนโฮ

“...ไม่เข้าใจอะไรเลยจริงๆ ด้วยสิเนี่ย”

“แล้วนายจะให้ฉันเข้าใจว่าอะไร”

“ฉันมาที่นี่เพื่อขอโทษนาย”

“อ่าหะ...แล้วขอโทษเรื่องอะไร” แจจุงทำเป็นไม่รู้เรื่อง ทั้งที่ความจริงแล้วเขารู้ดีเลยล่ะและกำลังลุ้นว่าคำขอโทษของคนตรงหน้าจะออกมาในรูปแบบไหนกันแน่

“ก็เรื่องที่ฉันล่วงเกินนายไง...ฉันขอโทษนะ ฉันผิดไปแล้ว”

“อ้อ...ฉันไม่ยกโทษให้ได้ไหม” ฮึ ทำแค่นี้คิดว่าจะยกโทษให้ง่ายๆ งั้นเหรอ

เล่นตัวนักนะ คิมแจจุง...

“แจจุง”

“อะไร?”

“นายให้ฉันเข้าไปได้ไหม”เพราะสิ่งที่เขาคิดจะทำมันต้องอยู่ในระยะประชิด

“บ้า ได้ไง”

“เอาน่า”

“ไม่ได้”คนสวยค้านเสียงแข็ง

“งั้นนายออกมาข้างนอก”

“ออกไปได้ไงถ้าฉันออกไปนายก็ว่าฉันง่ายสิ”

“น่านะ”ชายหนุ่มยิ้มกริ่มโชว์เขี้ยวทั้งสองข้างอย่างน่ารักเพื่ออ้อนแจจุง

รอยยิ้มนั่นถึงกับทำให้ร่างบางใจเต้นไม่เป็นส่ำแต่ก็ยังคงค้านหัวชนฝาว่า “ไม่ได้!

“โธ่เอ๊ยย เรื่องมากจริง”ยุนโฮบ่นอุบอิบด้วยอาการณ์หัวเสียที่ไม่สามารถทำตามแผนการได้แล้วก็ฉีกยิ้มออกมาบางๆ เมื่อนึกอะไรขึ้นได้เขาเดินไปที่รถเพื่อหยิบอะไรบางอย่างออกมา

แจจุงเมื่อเห็นว่าอยู่ดีๆร่างสูงก็เดินหายไปก็ถึงกับตกใจ และรีบเปิดประตูบ้านออกไปดูว่าเขาหายไปไหน เขาก้าวออกไปจากบ้านพอดีกับที่ยุนโฮเดินกลับมาร่างสูงจึงได้โอกาศคว้าเองบางไว้ไม่ให้หนีไปได้

“อ๊ะ ปล่อยนะ”คนสวยร้องอย่างตกใจ

“เรื่องอะไรล่ะปล่อยไปนายก็หนีเข้าบ้านน่ะสิ” เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับกระชัดอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้น

“อ๊างงงปล่อยให้ฉันเข้าบ้านนะ”

“ม่ายอาววฉันมีความสุขที่ได้กอดนาย”

“อ่ะ...”แจจุงถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ลอบยิ้มหน้าแดงอยู่ในอ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รัก

ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำทั้งคู่เมื่อต่างฝ่ายต่างเขินกันจนไม่กล้าพูดอะไร

“นี่...”ร่างสูงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

“หือ?”

“ฉันรักแจจุงนะ”คำบอกรักแบบไม่ทันตั้งตัวเล่นเอาคนถูกบอกรักถึงกับช็อค

“มะ ไม่จริงหรอก!!”ร่างบางร้องลั่นพร้อมกับผลักคนตัวใหญ่กว่าออก “เป็นไปไม่ได้หรอกนายต้องรักจุนซูสิ”

“บ้า... ฮะๆฉันบอกแล้วไงว่าเรื่องระหว่างฉันกับเขามันจบไปแล้ว”

“ไม่ๆๆๆๆๆๆๆ ฉันไม่เชื่อหรอก!นายต้องล้อฉันเล่นแน่เลย”แจจุงแสดงท่าทีเขินอายออกมาอย่างเห็นได้ชัดเสียจนยุนโฮอดขำไม่ได้กับความน่ารักนั่น

ก็ร่างบางเอาแต่ใช้สองมือเล็กพัดดวงหน้าหวานของตัวเองที่ร้องผ่าวพร้อมกับพึมพำซ้ำๆว่า “ฝันแน่ๆ ฝันๆๆๆๆ”

“ฝันที่ไหนล่ะฉันรักนายจริงๆ นะ”

“ไม่เชื่อหรอก!

“จะให้พิสูจน์ไหม”ร่างสูงว่าและจะดึงแจจุงเข้าไปในอ้อมกอดอีกครั้งก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหมายจะมอบจุมพิตที่เรียวปากบางสีกลีมกุหลาบนั่นอีกครั้ง

“มะ ไม่เป็นไร”แจจุงเบี่ยงหน้าหลบไปด้านข้างพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างจึ้นมาปิดปากของคนตรงหน้า

“อ๊ะ!ยื่นมือมาพอดีเลย แจ่ม...”ยุนโฮคว้ามือข้างซ้ายของคนน่ารักไปถือและหยิบอะไรบางอย่างที่เพิ่งหยอบออกมาจากรถเมื่อกี้นี้มาจากกระเป๋ากางเกง

“อะไรน่ะ...”

เขาไม่ตอบอะไรเพียงแต่บรรจงสวมแหวนให้มือเล็กนั่นที่นิ้วนางแหวนทองคำขาวประดับเพชรเม็ดเล็กที่ยุนโฮไปเลือกซื้อมาวันนี้ระหว่างรอเวลานัดกับยูชอนได้ถูกสวมเข้าไปที่นิ้วนางข้างซ้ายเป็นที่เรียบร้อยและมันก็เข้ากับผิวขาวๆ ของแจจุงได้ดีมากเสียด้วย

“เอ่อ... ยุนโฮ”เสียงหวานกำลังจะเตือนคนตรงหน้าว่านิ้วนางข้างซ้ายมันสำหรับคนจะแต่งงานกันต่างหากแต่ดูเหมือนร่างสูงจะไม่ได้สนใจเลย และดึงมือนั่นไปจูบเสียแล้ว

“อ๊ะ...”ตอนนี้ดวงหน้าหวานนั้นแดงขึ้นไปถึงใบหูแล้ว

“ฉันรักแจจุงจริงๆ นะคบกันฉันเถอะ”คำพูดที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายแต่กลับเรียกน้ำตาของแจจุงให้ไหลออกมาไม่หยุด

“ฮึก.. ตะ แต่แหวน...”

“ไม่ชอบเหรอ”น้ำเสียงทุ้มออกแนวเป็นกังวล เขาอุตส่าห์เลือกมาตั้งนาน ไม่ถูกใจสาวน้อยหรือเนี่ย

“ชอบ... ชอบมาก ฮึกทั้งแหวนทั้งยุนโฮเลย” แจจุงโผเข้ากอดยุนโฮด้วยความรักอย่างเต็มเปี่ยม

“จริงนะ”ร่างสูงยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่ดูเหมือนคนสวยจะไม่ได้สังเกตรอยยิ้มนั่น

“อื้มม”แจจุงได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก พูดอะไรไม่ออกเพราะน้ำตาที่ไหลไม่หยุดนั่น

“งั้นยอมให้ฉันจูบนะ”

“อื้มม”ร่างบางได้แต่พยักหน้าเบาๆ โดยไม่ทันได้ฟังว่าคนตรงหน้าพูดอะไรออกมา

ใบหน้าเรียวค่อยๆเลื่อนเข้าไปใกล้ดวงหน้าหวานเรื่อยๆ และก่อนที่นางฟ้าจะได้รู้ตัวริมฝีปากนุ่มก็ได้ถูกประกบด้วยริมฝีปากของใครอีกคนเสียแล้ว

รสจูบครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนมากมายนักมันทั้งหอมและหวานเสียจนไรเตอร์ไม่สามารถบรรยายได้(คือมันโคตรปัดความรับผิดชอบนั่นเอง.. ไปจินตนาการเองนะ)

ยุนโฮเป็นฝ่ายผละออกมาก่อนทำให้แจจุงรู้สึกเสียดายนิดๆ

“แจจุง”

“อื้ม...”

“ฉันรักนายนะ”

“ฉันก็รักยุนโฮ”

“เรียนจบมหาลัยแล้วแต่งงานกับฉันนะ”

“อ่ะ... เรื่องนั้น...เร็วไปหน่อยมั้ย”

“ไม่เป็นไรๆเก็บไว้คิดเรื่อยๆ ก็ได้ ไว้ถึงเวลานั้นแล้วฉันจะถามใหม่”ชายหนุ่มพูดราวกับรู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องได้รับคำตอบแบบนี้

“อื้อ...”

ยุนโฮบรรจงจูบลงไปบนหน้าผากของแจจุง

“ฉันรักนายมากๆ เลย...”

“ฮะๆๆ รู้แล้วน่า”

 

THE END…

 

 무슨!

 

ป.ล.

                มะม๊า “ตายแล้ว...ลูกชายคนเดียวของแม่ มีแฟนเป็นผู้ชายไปซะแล้ว”

                พี่สาว 1 “อ๊ายยไม่ยอมน้า ฉันอยากได้น้องสะใภ้มั่งอะ มีน้องเขยตั้งเจ็ดคนแล้ว เบื่อตายเลยเนี่ย”

พี่สาว 2 “เฮ้ออ แจจุงมีแฟนซะแล้วอดเล่นจับคู่ให้แจจ๋าเลย”

พี่สาว 3 “เค้าว่าแล้ว หน้าอย่างโบแจน่ะไม่มีวันได้แฟนเป็นผู้หญิงหรอก”

พี่สาว 4 “ช่ายๆ เค้าก็ว่างั้น”

พี่สาว 5 “เอ๋ ทำไมล่ะ!!

พี่สาว 3 “เพราะว่าโบแจสวยมากๆ ไงล่ะ”

พี่สาว 4 “ถูกต้องสวยกว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ซะอีก”

พี่สาว 6 “แฟนแจจุงหล่อมากๆ เลยอ้ะ!

พี่สาว 7 “ฮา~ นั่นสิ พี่อยากได้แฟนหล่อๆ แบบนี้มั่งจัง”

พี่สาว 2 “หุหุเมื่อกี้พี่ได้คุยในระยะประชิดด้วยล่ะ”

พี่สาว 8 “เฮ้อ พวกพี่ๆ แต่ละคนนี่ก็แอบดูชาวบ้านเขาพลอดรักกันอยู่นั่นแหละ”

มะม๊า “ว่าแม่ด้วยเหรอเนี่ย”

พี่สาว 8 “เปล่า ไม่ได้ว่าแม่เพราะแม่ไม่ไปแย่งยุนโฮจากแจจ๋าแน่นอน”

พี่สาว 3 “เอ๋เธอรู้ชื่อด้วย?!

พี่สาว 8 “อะ แน่นอน~

พี่สาว 1 “ได้ไง!!

พี่สาว 8 “ความลับ อิอิ”

รวมมิตร “ย้ากกกกกก!! เธอตาย!!

มะม๊า “นั่นแฟนแจจุงนะ!!

 

THE END <<real

 

 

 

จบแร้ววว

ลั้นลาา

กว่าจะมาอัพ

ฮ่าๆๆๆๆๆ

ขอให้สนุกกับการอ่านนน